โดยเจ้าหน้าที่โครงการ


หลอดน้ำพลาสติก, ขยะชิ้นเล็ก ที่สังคมไม่ควรมองข้าม


บทความโดย พรทิพย์ ใจมั่น

 

“เคยคิดไหมว่า แต่ละวันเราใช้หลอดพลาสติกเล็กๆ วันละกี่ชิ้น”

          หลอดดูดน้ำ พลาสติกชิ้นเล็กๆ ที่มีอายุใช้งานไม่กี่ชั่วโมง ถูกใช้จนเคยชินและกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ทุกเช้า เมื่อเราไปซื้อกาแฟเราก็จะได้รับหลอด 1 ชิ้น ทุกครั้งที่เราซื้อน้ำหรือนมในร้านสะดวกซื้อ เราจะได้รับหลอดอีก 1-2  ชิ้น หรือแม้แต่กระทั่งเราไปกินข้าวเที่ยงที่ร้านป้าข้างทาง เราก็จะใช้หลอดเล็กๆ เพื่อดื่มน้ำอีก 1 ชิ้น 

หากทุกคนในประเทศไทยใช้หลอดแค่วันละ 1 ชิ้น ต่อวัน เราจะมีหลอดใช้แล้วถึง 65 ล้านชิ้นต่อวัน  หรือประมาณ 24 หมื่นล้านชิ้นต่อปี หลอดพลาสติกอันน้อยรวมกันเป็นขยะกองมหาศาล

          ปัจจุบันปัญหาขยะยังคงเป็นปัญหาวิกฤตที่คนไทยต้องรีบแก้ไขอย่างจริง ในปี 2016 ข้อมูลสถิติของขยะมูลฝอยทั่วประเทศ(1) กล่าวว่าคนเราสร้างขยะคนละ 1.1 กิโลกรัมต่อวัน จำนวนรวมทั้งปีเราสร้างขยะถึง 27 ล้านตัน โดยมีขยะจำนวน 11.69 ล้านตัน ถูกกำจัดอย่างไม่ถูกต้อง และมี 10 ล้านตัน ถูกตกค้างสะสม ซึ่งร้อยละ 10 ของขยะที่ตกค้างจะไหลลงสู่ทะเล นั่นหมายความว่า ในแต่ละปีจะมีขยะไหลลงสู่ทะเลถึง 50,000 ตัน หรือ 750 ล้านชิ้นต่อปี

ขอบคุณรูปภาพจาก: http://www.bltbangkok.com/

ขอบคุณรูปภาพจาก: http://www.bltbangkok.com/

          ในปี 2015 การศึกษาของ Jenna Jambeck, PhD. อาจารย์ด้านวิศกรรมสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา ได้จัดอันดับประเทศที่ทิ้งขยะลงสู่ทะเล 20 อันดับ พบว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่ทิ้งขยะลงสู่ทะเลมากที่สุดเป็นอันดับที่ 6 ของโลก(1) ทั้งที่ประเทศไทยมีประชากรเพียง 65 ล้านคน แซงหน้าประเทศอินเดียที่มีประชากร 1,000 ล้านคน แต่ถูกจัดอันดับเป็นอันดับที่ 12 ของโลกเท่านั้น 

          ทั้งนี้ฐานข้อมูลขยะทะเลของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ได้ทำการศึกษาขยะทางทะเลและเผยข้อมูลประเภทขยะที่พบมากที่สุด ในปี 2015  พบว่าประเภทขยะทางทะเลมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ถุงพลาสติก 13%  หลอด 10%  ฝาขวดน้ำ 8% และภาชนะบรรจุอาหาร 8%  ในขณะเดียวกันผลรายงานของ Ocean Conservancy(3) ได้สรุปข้อมูลปริมาณขยะตามชายหาดปี 2016 จาก 112 ประเทศทั่วโลก เผยให้เห้นว่า ขยะประเภทหลอดพลาสติกถูกจัดอันดับเป็นขยะที่พบได้มากเป็นอันดับ 7  มีจำนวน 409,087 ชิ้น หากเอาหลอดมาวางต่อกันจะเทียบเท่ากับความสูง 145 เท่าของ อาคาร One World Trade Center  ในขณะที่ขยะประเภทถุงพลาสติกนั้นถูกจัดเป็นอันดับ 5 มีจำนวน 520,900 ชิ้น จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่าหลอดพลาสติกเล็กๆ เหล่านี้กลายเป็นพลาสติกที่มีจำนวนมากแทบจะเทียบเท่ากับขยะประเภทถุงพลาสติกเสียด้วยซ้ำ  หลอดพลาสติกกลายเป็นขยะที่เราควรจับตามองไม่แพ้กับถุงพลาสติกเลยทีเดียว

 

ขอบคุณรูปภาพจาก: http://www.bltbangkok.com/

ขอบคุณรูปภาพจาก: http://www.bltbangkok.com/

ขยะพลาสติกเล็กๆ เหล่านี้ส่งผลกระทบต่อใคร?  
 
          สำนักงานสมุทรศาสตร์และชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา หรือ NOAA (National Oceanic and Atmospheric Administration) ได้พยายามทำการศึกษาผลกระทบทางตรงและทางอ้อมของพลาสติกเหล่านี้ไว้ 2 แบบ(5) ได้แก่ 1. ผลกระทบทางตรง สัตวน้ำในทะเลมีแนวโน้มเสียชีวิตเพิ่มขึ้นเรื่อย เนื่องจากกินพลาสติกเข้าไป  ซึ่งกระเพราะของสัตว์เหล่านี้จะไม่สามารถย่อยได้ จึงทำให้สัตว์เหล่านี้เสียชีวิต ซึ่งหลอดพลาสติกมีบทบาทที่สำคัญมากในการฆ่าสิ่งชีวิตทะเลเหล่านี้ และ 2. ผลกระทบทางอ้อม อันเนื่องมาจากสารเคมีที่ใช้ผลิตพลาสติก ซึ่งปัจจุบัน  NOAA กำลังศึกษา ไมโครพลาสติก หรือพลาสติกที่ถูกย่อยสลายในทะเลจนมีขนาดเล็กกว่า 5 มิลลิเมตร ถึง 1 นาโนเมตร   ซึ่งพบว่าในขณะที่เศษพลาสติกเหล่านี้จะดูดซับสารพิษหรือสะสมสารพิษขึ้น เช่น สาร PCBs (polychlorinated biphenyls)  ซึ่งเป็นสารเคมีจำพวกสารอินทรีย์ที่มีคลอรีนเป็นส่วนประกอบหลักอยู่ในระดับสูงในน้ำทะเล 100,000 ถึง 1,000,000 เท่า  ซึ่งสารเคมีนี้เป็นสารเคมีที่ทั่วโลกห้ามใช้ตั้งแต่ปี 2001 แต่ยังพบจำนวนมากในน้ำทะเล   นอกจากนี้เมื่อทำการตรวจสอบไมโครพลาสติกเหล่านี้ก็พบว่า มีอยู่ในกระเพาะของสิ่งมีชีวิตทางทะเลหลายชนิดทั้งแพลงตอน ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กมากจนกระทั่งปลาวาฬ(5) อย่างไรก็ตาม NOAA ก็ยังคงต้องตรวจสอบต่อไปว่าสารปนเปื้อนเหล่านี้จะสามารถถ่ายโอนผ่านทางห่วงโซ่อาหารได้หรือไม่  และส่งผลกระทบต่อร่างกายมนุษย์อย่างไร
 
          แน่นอน เราในฐานะของผู้บริโภคที่เคยชินความสะดวกจากการดื่มน้ำ 1 แก้ว แลกกับการใช้หลอด 1 ชิ้นต่อวัน วันนี้เราอาจกำลังได้รับไมโครพลาสติกจากการใช้หลอดพลาสติกเหล่านี้มาสะสมอยู่ในร่างกายของเราก็ได้ 
 
https://marinedebris.noaa.gov/
ขอบคุณรูปภาพจาก: https://marinedebris.noaa.gov/
 
หากปัญหามันชัดเจนขนาดนี้ เราควรทำอย่างไร
          หลายประเทศทั่วโลกเริ่มหันกลับมารณรงค์งดใช้หลอดพลาสติกกันอย่างจริงจัง อย่างประเทศอังกฤษ เริ่มมีการจัดตั้งกลุ่ม Strawwars ซึ่งเป็นกลุ่มที่รวมตัวกันของร้านอาหารและร้านค้าที่จัดจำหน่ายเครื่องดื่มในย่าน SOHO เมืองลอนดอนที่รวมตัวกันขึ้นเพื่อไม่ให้บริการหลอด ยกเว้นลูกค้าขอเท่านั้น  ซึ่งวิธีการนี้เป็นวิธีการหนึ่งในการเชิญชวนให้ผู้บริโภคได้เข้ามามีส่วนร่วมในการรณรงค์การงดใช้หลอดร่วมกัน  ในขณะที่รัฐเกรละ ประเทศอินเดีย ที่กำลังประสบปัญหาการกำจัดหลอดพลาสติก 3.3 ล้านชิ้นต่อวัน ได้เริ่มรณรงค์ Kerala's Straw Wars เพื่อหยุดการใช้หลอดพลาสติกและลดปริมาณหลอดพลาสติกผ่านความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการโรงแรมกว่า 650 แห่งทั่วรัฐ  โดยใช้หลอดกระดาษแทน ภายใต้แคมเปญ  “Refuse The Straw หรือ #RefuseTheStraw ” 
 
 
          หลายองค์กรในสหรัฐอเมริกาหันมาจริงจังกับการรณรงค์งดใช้หลอดมากขึ้น ทั้งร้านอาหาร โรงเรียน มหาวิทยาลัย อย่างในรัฐโคโลราโด ผู้ว่าการรัฐ John W. Hickenlooper ได้กำหนดให้วันที่ 11 กรกฎาคม ของทุกปี โดยประกาศใช้ตั้งแต่ปี 2013 เป็นวันเลิกใช้หลอด “Straw Free day” (6) นอกจากนี้องค์กร Straw Free องค์กรที่รณรงค์การงดใช้หลอดทางตอนใต้ของรัฐแคลิฟอเนีย ก็ออกมาเรียกร้องให้ร้านอาหารและคนทั่วไปลดการใช้หลอดพลาสติก ผ่านการเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้หลอดพลาสติกมาเป็นหลอดไม้ไผ่แทนอีกด้วย   
 
          “ทุกๆ วัน ชาวอเมริกาจะทิ้งหลอดพลาสติกมากถึงวันละ 500 ล้านหลอดต่อวัน หากนำหลอดพลาสติกเหล่านี้มาต่อกันจะสามารถพันรอบโลกได้ 2 รอบครึ่ง”
ทั้งนี้ประเทศไทยเองก็เริ่มหันมาสนใจกันมากขึ้นอย่างเมืองเชียงใหม่แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองไทยที่มีผู้ประกอบการธุรกิจร้านกาแฟและร้านอาหารได้ไม่น้อยกว่า 500 ร้านทั่วเชียงใหม่ ร่วมกันจัดแคมเปญ “ขอบคุณที่ไม่ใช้หลอด” ในเดือนตุลาคม 2560 เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกต่อสาธารณะและการรับผิดชอบเมืองเชืองใหม่ รวมถึงยังเป็นการลดงบประมาณการกำจัดขยะพลาสติกจากหลอดและแก้วน้ำพลาสติกในเมืองเชียงใหม่เช่นกัน
 
          จะเห็นได้ว่าหลอดพลาสติกเล็กๆ ที่เราใช้ทุกวัน มันกลับสร้างปัญหาและผลกระทบไม่เล็กให้แก่โลกใบนี้ ที่ผ่านมาเราจะได้เห็นว่ามีหลายบริษัทหรือหลายองค์กรมีฝ่าย CSR ในการสร้างกิจกรรมเพื่อรับผิดชอบต่อสังคมจากการดำเนินกิจการขององค์กรตนเอง แต่มันถึงเวลาแล้วหรือยังที่พวกเราทุกคนจะร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมร่วมกันจากกิจกรรมที่เราใช้ในชีวิตประจำ ด้วยการ “ลดและงดการใช้หลอดพลาสติก”